xxx of yyy characters
Join Group
Psychology For U (Thailand)
Google Translation:
Off
When Google Translation is on, topics and messages in this group will be machine-translated to your language by Google.
Messages
Topic:
มาตรฐานการศึกษาของไทยมีหลายมาตรฐาน
หัวข้อนี้ผมอยากจะกล่าวถึงการศึกษาของไทยในระดับปริญญาตรี, โทและเอก ซึ่งมีหลายมาตรฐาน แต่เดี๋ยวค่อยเข้ามาต่อต้องทำงานแล้วเปิดประเด็นไว้ก่อน
Sep 20
7:57 PM
เห็นด้วยครับ
เพราะกรรมการแต่ละคนยังให้คะแนน ผู้เข้าประกวดไม่เท่ากัน
สรุปได้ว่า
มันเป็นเรื่องของความคิดของคนหลายคน กลุ่มคน สังคม ประเทศ
หลอมรวมเพื่อแต่งต่าง ตามความเชื่อตน
Sep 27
3:57 AM
หัวข้อนี้ผมมีมุมมองอย่างนี้ครับว่า ปัจจุบันมหาวิทยาลัยต่างๆเปิดรับสมัครรับนิสิต/นักศึกษากันจำนวนมากเพราะต้องหารายได้ เช่น หลักสูตร MBA/MPA ที่จ่ายครบจบแน่นอนในระดับป.โท ภาคพิเศษที่มาตรฐานต่ำกว่าภาคปกติของป.ตรี ซึ่งผมยังไม่นับรวมเรื่องของมาตรฐานของอาจารย์แต่ละท่าน หรือ อคติของอาจารย์ทั้งบวกและลบ
จากที่กล่าวมาท่านจะเห็นว่ามาตรฐานการศึกษาของไทยในแต่ละสถาบันก็มีความต่างกันอยู่แล้ว ยังมีหลักสูตรที่การันตีจบต่างๆขึ้นมาอีก มันทำให้ผมรู้สึกว่าแล้วเราเรียนมาอย่างยากเย็นแล้วทำไมมีคนที่เรียนสบายๆจบมาวุฒิเท่ากับเรา แค่นั้นยังไม่พอเมือไปสมัครงานก็ยังถูกมองว่าเป็นพวกเดียวกับหลักสูตรแบบนั้น เพราะเกรดผมดันสูงมากเกิน โดยไอ้ผู้รับสมัครมันก็ไม่ได้มองวิทยานิพนธ์ หรือ จำนวนคนจบในรุ่นผมเลย
อีกประเด็นนึงคือ ผมมักจะพบพวกที่จบง่าย มักจะมาพูดคุยโขว์โอ้อวด หรือ ไม่ก็ดูถูกสถาบันที่มันจบ แต่ก็แปลกที่หลักสูตรเรียนง่ายจ่ายแพงมักเป็นที่นิยมเรียนกัน
สุดท้ายประเด็นที่ฝากไว้คือ อนาคตค่าเฉลี่ยจำนวนคนที่จบการศึกษาสูงคงเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก แต่ถามว่าคุณภาพมันอยู่ที่ไหน
อยากพิสูจน์ง่ายท่านลองไปถามคนที่จบป.โทถึงแนวคิดเกี่ยวกับการวิจัยท่านจะพบว่าหลายๆคนมีความรู้น้อยกว่านิสิต/นักศึกษาระดับป.ตรีซะอีก
Sep 27
7:49 PM
การศึกษา คือ การลงทุน เพื่อกำไร ไปแล้วหรือนี่
Oct 1
8:41 PM
เห็นด้วยเหมือนกัน มีตังก็ซื้อปอโท ได้ล่ะ
Oct 2
9:15 PM
ไม่รู้ว่าจริง ๆ แล้วพี่ของผมคับอกคับใจมากจากไหน หรืออะไรก็แล้วแต่ที่ไม่ได้บอกเอาไว้ เท่าที่ทราบหลักสูตรMBAของมหาลัยเราก็เป็นหลักสูตร 2 ปี เท่ากับสาขาอื่น ๆ นะ ครับ จะมีก็แต่ pocket MBA ที่เป็นลักษณะของการอบรม และได้ใบประกาศมากกว่า ซึ่งตรงนี้สำหรับผู้ที่นำไปใช้งานจริง ๆ ไม่ได้ออกเป็นวุฒิทางการศึกษาอย่างไร แต่ถ้าตามหลักสูตรจะว่าจบเร็วจบช้าอันนี้ก็ 2 ปีเท่ากันนะครับ แล้วด้านมาตราฐานผมไม่แน่ใจว่าจะต่ำ สูง หรือเทียบเท่ากับปริญญาตรีหรือไม่ อันนี้ไม่ทราบจริง ๆ ครับ แต่หลักสูตรเขาจะเป็นต่อเนื่องมาจากผู้ที่เรียนในสาขาที่เกี่ยวข้องในส่วนของปริญญาตรีครับ ส่วนที่ว่ารับหมดอันนั้นผมว่าไม่ใช่ประเด็นสำคัญนะครับ ขึ้นอยู่กับว่ารับหมดแล้วจบกี่คนล่ะครับ อันนี้ก็ไม่ทราบเหมือนกันมันเป็นระบบของเขา จะเงิน หรือ ไม่ นั้น ก็ต้องถามผู้ที่เข้าไปศึกษาโดยตรงล่ะครับ สาเหตุที่แพงนั้นผมดูแล้วค่อนข้างสมเหตุสมผลอยู่นะครับ เพราะอย่างน้อย ๆ ก็ได้แจ๊กเก็ตของคณะแล้ว 1 ตัว และการดูงานในสาขาที่คิดว่าน่าจะแพงอยู่นะครับ นอกจากนี้หากผู้ที่สนใจคิดว่าจะเข้ามาเรียนในหลักสูตรนี้ต้องทำใจเรื่องเงินเอาไว้ก่อนเลย ถ้าไม่นับภาคอินเตอร์ที่เกินสองแสนแน่ ๆ หลักสูตรปกตินอกจากกจะหลักแสนกว่า ๆ แล้ว ยังต้องเสียยิบย่อยอีกเยอะครับ ตัวอย่างจากงาน wow ที่ผ่านมาของมาหลัยเรา เรียกได้ว่าทุ่ม(เงิน)กันสุด ๆ เรียกว่าจัดบู๊ท จ้างครีเอเตอร์มาจัดอีเวนท์กันเลยทีเดียว ถ้าทำเองก็ยังต้นทุนสูงอยู่ บางกลุ่มจ้างคนมาทำเรียกว่า สูงมั่ก ๆ เลยครับผม อันนั้นอาจดูเหมือนเข้าข้างกันนะครับ แต่มหาลัยของเราก็มีกลุ่มคณะ MBA นี่แหล่ะที่เป็นจุดขายที่โดดเด่นขึ้นมาเลย
สำหรับเรื่องมาตราฐานนี่เราเองก็ต้องทำใจนะครับอย่างที่รู้ ๆ กันอยู่ว่าวุฒิที่จบมานั้นไม่ได้เป็นใบการันตีมาตราฐานได้เลย แม้ว่าบางคนก็จบมาด้วยความรู้ บางคนก็..เอ่อ อันนี้ทดไว้ในใจแล้วกัน ในบางประเทศนั้นไม่ได้ให้ความสำคัญกับใบปริญญาเลย อย่างอเมริกา หรือ ญี่ปุ่น เมื่อคุณจบม.ปลายแล้ว คุณจะสามารถเลือกทางชีวิตของตนเองได้ จะประกอบอาชีพเลย หรือว่าเรียนต่อในระดับมหาลัยก็ได้ ซิ่งคุณก็ดูแลตัวเองว่าคุณต้องการไปทางไหน ส่วนในประเทศไทยเราเองก็เริ่มมีแนวคิดการศึกษาโดยเน้นทางเลือกในการประกอบอาชีพโดยไม่ต้องพึ่งใบปริญญาอยู่ แต่มันยังเป็นแค่แนวคิดเริ่มต้นครับ จะดีจะด้อยอย่างไร ก็ต้องจับตาดูกันต่อไป คนไทยถ้าจะทำอะไรไม่แพ้ใครในโลกอยู่แล้ว แพนด้าก็ด้วย เย้ เย้...
Oct 3
12:02 PM