xxx of yyy characters
Join Group
Psychology For U (Thailand)
Google Translation:
Off
When Google Translation is on, topics and messages in this group will be machine-translated to your language by Google.
Messages
Topic:
21122012 โลกจะสิ้นแล้ววววว เย้!
เข้ามาอัพเดทแล้ว หลังจากหายหน้ากันไปตายเสียหลายวัน (เท่าที่ดูกระทู้ล่าสุดก็เมื่อ15วันที่แล้วนะจ๊ะ)วันนี้เรามาอัพเดทชีวิตให้อินเทนกับกระแสแรง ๆ ระดับโลกกันเสียหน่อย ไม่ใช่เรื่องแพนด้าน้อย ไม่ใช่หวัด2009 แต่ที่กำลังจะเขียนตอนตีสี่ฟ่า ๆ อยู่นี่ มันคือ ...
คือ ....
อีก 3 ปี เราจะสิ้นโลกกันแล้ว (เอ้าเฮ้ !)
เมื่อหลายปีก่อน เรามีโอกาสได้ดูบทสัมภาษณ์ของ ดร. อาจอง ชุมสาย ณ.อยุธยา ผู้ประดิษฐ์ฐานจอดยานให้นาซ่า ซึ่งมาปลุกกระแสภาวะโลกเลิฟ เอ้ย โลกร้อน ให้เราได้เข้าใจกันได้ระดับหนึ่ง ครั้งกระนั้น รู้สึกว่า เขาจะบอกว่าประมาณปี 2022 (ถ้าจำผิดขออภัยนะครับ) แต่ทุกวันนี้เขาบอกว่ามันจะเร็วขึ้น เป็นมากเท่าทวี อันเนื่องมาจากการดำรงชีวิตของมนุษย์นั่นเอง ตัวเลขที่ระบุขึ้นมาใหม่กลับเลื่อนวาระกำหนดการขึ้นมาอีกเป็น ปี2012 และชัดเจนขึ้นถึงขนาดที่ระบุ วัน เดือน ปี กันได้แล้ว ตัวเลขที่ออกมานั่นคือ วันที่ 21 ธันวาคม ปี 2012 อีก 3 ปีข้างหน้าเท่านั่นเอง !
ทำไมต้อง 211212 ตัวเลขช่างบังเอิญสวยขนาดนี้ มันมีที่มาครับ กระแสหนึ่งที่มาแรงมั่ก ๆ คือคำทำนายตามปฏิทินของชาวมายา หรือ มายัน ซึ่งระบุวันสิ้นสุดที่ ปี 2012 ตรงนี้ผมขออนุญาติก๊อปปี้จาก กองบรรณาธิการ Spufriends เกี่ยวกับการสิ้นโลกว่า
เป็นที่ยอมรับว่าปฏิทินของชาวมายันมีความเที่ยงตรงอย่างมาก เที่ยงตรงกว่าปฏิทินระบบที่เราใช้กันในสากลมากมาย เพราะชาวมายันทำปฏิทินจากระบบดวงดาว โดยปฏิทินนี้ไม่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนอะไรเลยถึง 380,000 ปี (ในขณะที่ปฎิทินที่เราใช้ต้องมี Leap Year ทุกๆ 4 ปีเป็นต้น)
จะเกิดอะไรขึ้นในวันนั้น
คำถามนี้เป็นปัญหาโลกแตก (literally speaking) จริงๆ เพราะนอกจากจะเกี่ยวกับเรื่องวันสิ้นโลกแล้ว ยังเป็นคำถามที่ไม่มีใครให้คำตอบที่แน่นอนได้ มีเพียงการคาดเดา การผูกโยงข้อมูลต่างๆ เพื่อทำนายถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในวันสิ้นโลก (ดู http://www.december212012.com/articles.shtml) เหตุการณ์ที่คาดเดากันว่าจะเกิดและเหตุการณ์ที่เกี่ยวเนื่องมีทั้งเรื่องของ ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติบนดวงอาทิตย์ที่จะเกิดผลกระทบยิ่งใหญ่กับระบบสุริยะจักรวาลและโลกของเรา ภัยพิบัติทางธรรมชาติที่จะเกิดขึ้นจนถึงวันที่ 21 ธันวา 2012 การเปลี่ยนขั้วของขั้วโลกเหนือใต้ ฯลฯแล้วชาวมายันทำนายไว้ว่าอย่างไร ชาวมายันไม่ได้เขียนชัดเจนว่า วันที่ 21 ธันวา 2012 จะเป็นวันสิ้นสุดของโลก มีผู้คนจำนวนมากเชื่อว่า มันคือวันที่โลกจะเปลี่ยนแปลงจากยุคหนึ่งเป็นอีกยุคหนึ่ง และเรามีหน้าที่ที่จะต้องเตรียมรับมือกับวันนั้นให้ได้ เพื่อความอยู่รอดจากการเปลี่ยนแปลง และหลังจากวันนั้น โลกของเราจะมีสันติสุขอย่างแท้จริงปฏิทินของชาวมายันโดยคร่าว จากปฏิทินของชาวมายัน เรากำลังอยู่ในช่วงปลายของ 1 วันแห่งระบบจักรวาล หรือ End of a Galactic Day ซึ่งระยะเวลา 1 วัน แห่งระบบจักรวาลนั้นยาวนานถึง 25,625 ปี และแบ่งได้เป็น 5 ช่วง ช่วงละ 5,125 ปี และขณะนี้เราอยู่ในช่วงปลายของช่วงที่ 5 แล้ว
ชาวมายันบอกว่า นับจากปี 1999 เราจะมีเวลา 13 ปีที่จะปรับเปลี่ยนทัศนคติและจิตสำนึกของการอยู่บนโลกใบนี้เพื่อที่จะรอดจากการทำลายล้าง และในขณะเดียวกัน ก็ก้าวสู่เส้นทางที่จิตสำนึกใหม่ปูให้กับการอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข ตามศาสตร์ของชาวมายัน ทุกๆ 5,125 ปี ดวงอาทิตย์จะเกิดปรากฏการณ์บางอย่างที่สัมพันธ์กับศูนย์กลางทางช้างเผือกอันกว้างใหญ่ และจากปรากฏการณ์นั้นเอง ดวงอาทิตย์จะได้รับ “ประกายไฟ” (Spark of light) ซึ่งทำให้ดวงอาทิตย์ส่องแสงและส่งผ่านความร้อนรุนแรงมากขึ้น อย่างที่นักวิทยาศาสตร์เรียกว่า “Solar Flares” และยังทำให้ขั้วแม่เหล็กของดวงอาทิตย์เปลี่ยนแปลง ซึ่งส่งผลต่อมายังโลก เกิดการสับเปลี่ยนขั้วโลก และทำให้เกิดหายนะทางธรรมชาติตามมามากมาย ปรากฏการณ์เหล่านี้ ชาวมายันเชื่อว่าเป็นเพียงกระบวนการทางธรรมชาติกระบวนการหนึ่งที่จะเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างสม่ำเสมอ เปรียบเหมือนการหายใจของคน และจะไม่มีทางเปลี่ยนแปลงหรือหยุดไป เหตุการณ์เหล่านี้เคยเกิดขึ้นมาแล้ว 4 ครั้ง (4 รอบแรกของปรากฏการณ์จากดวงอาทิตย์) และจะเกิดขึ้นอีกเป็นครั้งที่ 5 เมื่อครบ 5,125 ปี ซึ่งก็คือวันที่ 21 ธันวาคม 2012 นั่นเอง
ที่มา http://blog.spu.ac.th/spufcontent5/2009/01/20/entry-7
Jul 31
3:09 PM
นอกจากนี้ยังมีอีกกระแสที่น่าสนใจและถูกสอดแทรกในอารมณ์ของความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้นมาหลายครั้งแล้ว นั่นคือการกลับขั้วของแกนโลก จากขั้วโลกเหนือ เป็นขั้วโลกใต้ จากขั้วโลกใต้ กลับกลายเป็นขั้วโลกเหนือ ซึ่งผมขอนุญาติก๊อปปี้และเพลสอีกครั้ง
จากการทำงานของนักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์จำนวนหนึ่ง ที่ได้ศึกษาปรากฎการณ์แกนโลกพลิกตัว บอกว่าโลกและดวงอาทิตย์ ทั้งสองมีความเกี่ยวข้องกันและสัมพันธ์กัน โดยจะแลกเปลี่ยนพลังงานและใช้จนหมดกระบวนการหนึ่ง จนเกิดกระบวนการของการพลิกกลับขั้วเกิดขึ้น ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเกิดขึ้นเมื่อหลายล้านปีก่อน เมื่อสัตว์จำพวกไดโนเสาร์ที่สาบสูญไปในช่วงเวลานั้น
ในการค้นคว้าวิจัยส่วนตัวและของบริษัท ได้วิเคราะห์หรือทำนายด้วยระบบคอมพิวเตอร์ Hyderabad ซึ่งมีแนวโน้มเกี่ยวกับการยกระดับพลังงานขึ้นสูงสุด จะเกิดขึ้นในปี 2012 นี้
การพลิกกลับขั้วของแกนแม่เหล็กโลก คือกระบวนการเมื่อขั้วทิศเหนือและขั้วทิศใต้กลับตำแหน่งกัน เมื่อสิ่งนี้เกิดขึ้น, ที่จุดหนึ่งของเวลา สนามแม่เหล็กโลกจะลดลงเกือบจะถึงศูนย์เกาซ์ โลกที่จุดนั้นของเวลามีคุณสมบัติของแม่เหล็กเป็นศูนย์ สิ่งนี้บังเอิญมาเกิดขึ้นพร้อมกัน กับการหมุนรอบพลิกกลับขั้วของดวงอาทิตย์ในทุกๆสิบเอ็ดปีพอดี
ในประวัตศาสตร์ของมนุษย์ยุคใหม่ ปรากฎการณ์แกนโลกพลิกตัวที่เคยเกิดขึ้นนั้นไม่เคยถูกบันทึกมาก่อน แต่ในปัจจุบัน, แบบตัวอย่างคอมพิวเตอร์สามารถทำนายผลลัพธ์ที่เป็นจริงได้ ซึ่ง NASA เคยนำคำพูดที่น่ากลัว มากล่าวถึงในที่สาธารณะเกี่ยวกับการพลิกกลับขั้วจะทำคุณสมบัติของแม่เหล็กของโลกอ่อน
แอและเบี่ยงเบนไป แต่ไม่ใช่ศูนย์
ตามแบบตัวอย่างคอมพิวเตอร์ Hyderabad การพลิกกลับเกี่ยวกับขั้วของโลกและดวงอาทิตย์สามารถเป็นสาเหตุให้เกิดปัญหาที่จริงจังดังต่อไปนี้
- ระบบอิเล็กโทรนิคจำนวนมากจะทำงานผิดปกติ (ระบบขีปนาวุธ ,computer)
- การอพยพของฝูงสัตว์ เช่น นก หรือปลาวาฬ ทำให้สูญเสียทิศทางและอื่นๆ
- ระบบภูมิคุ้มกันโรคในบรรดาสัตว์รวมถึงมนุษย์จะทำให้อ่อนอย่างมาก
- ทำให้ภูเขาไฟเพิ่มขึ้น, เกิดการเคลื่อนที่ของเปลือกโลก แผ่นดินไหว และแผ่นดินถล่ม
- สนามแม่แหล็กโลก (Magnetosphere) จะอ่อนแอลง และการแผ่รังสีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากดวงอาทิตย์จะเพิ่มปริมาณถึงระดับอันตราย ก่อให้เกิดมะเร็งผิวหนังตามมา ซึ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้
- กลุ่มวัตถุในอวกาศที่มีเส้นผ่านมากมายจะเฉียดเข้าใกล้โลกได้ง่ายขึ้น
-แรงดึงดูดของโลกจะมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม
ถ้าคุณรวมเค้าเรื่องการทำลายล้างกับเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ ความเป็นไปได้เหล่านี้เป็นไปได้ทั้งหมด, คุณสามารถดูได้โดยง่าย, โลกอาจจะกลายเป็นที่ที่ไม่เหมาะสมสำหรับอารยธรรมของมนุษย์เมื่อถึงปี 2012 และผู้ที่จะรอดได้นั้นอาจต้องมีชีวิตอยู่ใด้ดินหรือใต้เปลือกโลกเท่านั้น..
มีผู้พยากรณ์ชื่อ Gordon-Michael Scallion ได้เขียนแผนที่โลกใหม่หลังเกิดการพลิกตัวของแกนโลกเอาไว้ ซึ่งคุณสามารถเข้าไปหาได้ตามกูลเกิ้ลใกล้บ้าน (555 ขำไหม)
Jul 31
3:32 PM
ส่วนข้อมูลที่มานี้มาจาก
ทำไมโพสท์ลิงค์ไม่ได้ไม่รู้ มันเอเร้อ ต้องขออภัยด้วยจริง บอกได้แค่ว่า จากคุณ Mr.terran วันที่ 21 พ.ย. 51
ซึ่งสามารถดูข้อมูลได้อย่างละเอียดและยังมีวิธีการดูปฏิทินมายันอย่างละเอียดอีกด้วย
ส่วนทำไมต้องแยกส่วนเขียนนั้น ก็ไม่รู้จริง ๆ เขียน ๆ ไป มันก็เอเร้อ ส่วนจะรันกระทู้นั่น ... ผลพลอยได้จิง ๆ นะ
Jul 31
3:45 PM
ความเกี่ยวข้องที่นอกจากกระแสฮิตเกี่ยวกับ ปฏิทินมายัน การกลับขั้วแกนโลก สภาวะโลกร้อน ยังมีอีกหลายเรื่องที่ถูกนำมาผูกโยงเข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะมนุษย์ต่างดาว ดาวหาง สงคราม หวัด 2009 โหรพยากรณ์ ตุ้ยเอ็กซ์เรย์ หมอกฤษณ์คอนเฟิร์ม น้องลิเดีย หุ่นเหล็กแมชชีนก้า ! (หลังๆไม่เกี่ยวแล้วนะ) เราคงจะจำกันได้ถึงเหตุการณ์วันสิ้นโลกในปี 2000 ตามทำนายของนอสตราดามุส ซึ่งคราวนั้นเรื่องต่าง ๆ ก็ถูกโยงเข้าด้วยกัน เช่น กระแส Y2k ทำไมระบบคอมพิวเตอร์สิ้นสุดแค่ปี 2000 ฯลฯ ซึ่งเหตุการณ์ก็คงไม่พ้นกันไปไกลนัก
ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ว่าเหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นหรือไม่เกิด ก็ล้วนแต่สร้างผลเสียให้แก่โลกได้เท่าเทียมกัน เรามามองดูให้ใกล้เคียงกันศาสตร์ทางจิตวิทยาดูบ้าง
เราอาจมองได้ว่ามนุษย์ส่วนใหญ่ใส่ใจต่อวันสิ้นโลกคล้ายในฐานะผู้สังเกตการณ์เท่านั้น มีจุดนั้น จุดนี้ ตรงไหนบ้างเรารู้หมด แต่จะมีซักกี่คนที่ใส่ใจในการแก้ไขปัญหา หลาย ๆ คนพูดถึงการเกิด แต่ไม่ได้ใส่ใจในการกล่าวถึงเหตุการณ์ที่จะหลังจากนั้น หากใครได้อ่านกระทู้ในลักษณะนี้ หลายคนก็จะมองเหตุการ์ในแง่ของการเตรียมใจ (แต่ไม่ใช่เตรียมตัวนะ)ทีสุดแล้วหากเกิดขึ้นจริง เราก็จะคิดถึงว่า "อ่ะนะ อย่างน้อยก็ตายด้วยกัน" "ไม่เหงามีเพื่อนตาย" ผมก็ยอมรับว่าคิดเช่นนี้จริง ๆ ไม่ได้มีกระใจอยากรอดเลย 555
เรารู้ดีว่าเหตุการณ์ต่าง ๆ นี้เกิดขึ้นจากน้ำมือเรา หลาย ๆ ครั้ง ที่ธรรมชาติสอดแทรกคำเตือนเอาไว้ในการกระทำ รวมทั้งการเตือนจากมนุษย์ด้วยกันเอง แต่ส่วนใหญ่ก็ยังมองข้าม ผมเองก็ยังเผาผลาญพลังงานธรรมชาติอย่างไม่ใยดี แม้บางครั้งบางจังหวะที่ตั้งใจ และทำโดยประมาท ครั้งหนึ่งมีคนพูดถึงหนังเรื่อง Water world ซึ่งเป็นหนังเมื่อหลายสิบปีที่แล้วว่าเป็นเรื่องน่าขัน แต่ใครเลยจะรู่ว่าหนังน่าขันนั้นกลับบ่งบอกถึงสภาวะหลังเกิดเหตุการณ์สิ้นโลกได้อย่างใกล้เคียงที่สุด ทีนี้เรามามองในแง่ของสภาวะหลังเกิดการสิ้นโลกดู เรามาลองคิดกันเล่น ๆ นะ ในมุมมองของแต่ละคนอะไรจะเกิดขึ้น
เราอาจกล่าวว่า เหตุการณ์นี้เป็นภัยพิบัติที่เกิดขึ้นจากน้ำมือมนุษย์ ซึ่งผมเห็นด้วย แต่บางคนที่คิดว่า เกิดจากการเอาคืนของธรรมชาติ ผมว่าไม่ค่อยตรง เพราะธรรมชาติไม่ใช่เนื้อแท้ของการทำลาย แต่เป็นการสร้าง และกำเนิดขึ้นใหม่ ถ้าสมมุติว่าเกิดน้ำท่วมโลกไปเลยแล้ว เผ่าพันธุ์ของเราจะสิ้นสุดลองจริงหรือ ? คำตอบคือ เป็นไปได้ยาก เผ่าพันธุ์ที่สูญพันธุ์ได้ง่ายกว่าเยอะ กลับเป็นเผ่าพันธุ์ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ นั่นกันตาดำปริบ ๆ ทั้งหลาย ไม่ว่า วัว ควาย หมู หมา กา ไก่ เป็นต้น เผ่าพันธุ์มนุษย์จะเหลืออยู่ คุณเองหรือตัวผมหรือพวกเราอาจซวยรอดชีวิตและหลงเหลืออยู่ ก็จะตระหนักถึงความสำคัญในการอยู่ร่วมกลับธรรมชาติ เป็นกรรมเก่าที่คุณต้องอยู่อย่าทนทุกข์ทรมานต่อไป เฉกเช่นผู้เสียสละในการดำรงเผ่าพันธุ์ไว้ในรุ่นต่อไป และรุ่นต่อ ๆ ไป ก็จะทำซ้ำรอยบรรพบุรุญแบบเดียวกันนี้อีกต่อ ๆ ไป.
ทีนี้เรามามองดูแง่ของการไม่เกิดอะไรขึ้นเลย เหมือนปี 2000 ที่ผ่านมา เราทุกคนก็จะคิดสั้น ๆ ว่า "อ่ะโด่ !" หรืออาจจะยาวกว่าเดิมว่า "อะโด่ ! กรุเกร็งซะตั้งนาน" แต่ผลเสียที่แย่กว่าการเกิดวันสิ้นโลกคือ เราจะไม่ใส่ใจถึงความสำคัญของการฟื้นฟูธรรมชาติไปได้อีกเปราะ เราจะกลับมาเผาผลาญพลังงานดุจงานฉลองของนักรบที่ชนะศึก สุดท้ายเผ่าพันธุ์ตาดำ ๆ ไม่รู้อีโหน่อีเหน่อีกนั่นแหล่ะ ที่ต้องเป็นฝ่ายมารับกรรม เป็นสิ่งที่เป็นไปได้มากที่สุด เพราะตัวอย่างง่าย ๆ ที่มีให้เห็นถึงการรุกรานธรรมชาติ ต้นไม้สักร้อยปีถูกลักลอบตัดเพื่อประโยชน์ส่วนตัว ทุกวันนี้ก็ยังตัดอยู่ ออกข่าวทุกวัน เราก็ตัดทุกวัน คน ๆ นั้นจะเสียดายต้นไม้ที่ตัดไปก็ต่อเมื่อ ต้องมาเจอกันเหตุการณ์วันสิ้นโลกแบบนี้ มนุษย์ถึงจะเข้าใจเนอะ
ท้ายที่สุด ในคำถามที่หลาย ๆ คนมักถามกับตนเอง (และผู้อื่น) หลาย ๆ ครั้งที่ฉงนใจว่า "เราเกิดมาทำไม" "ตายแล้วไปไหน" "อยู่ไปเพื่ออะไร" ผมก็จะของฝากบอกเอาไว้ในทางเลือกว่า "เกิดมาเพื่อรักโลกเป็นไงอะ ?" อย่าในถึงขนาดที่ว่ามนุษย์ต่างดาวต้องมากบอกข่าวร้ายว่า "ถ้าโลกตายมนุษย์ก็ตาย ถ้ามนุษย์ตายโลกก็รอด" เหมือนในเรื่อง the day the earth stood still เลยนะ .... ขอ ...!!!
สุดท้ายนี้ท่ามการกระแสข่าวร้ายของโลก แต่ประเทศไทยประเทศเดียวที่มีข่าวดีระดับโลก
อย่าที่เรารู้กัน ขึ้นหน้าหนึ่งทุกวัน
นั้นก็คือ...
คือ....
แพนด้าน้อยเดินต้อย ๆ ได้นิดหน่อยแล้วนะ เย้!!!!!!!
Jul 31
4:26 PM
ค่อยๆแรง แต่ไม่มีทาง จุดต่ำสุดของคน คือ ปี 5000 โลกคงอยู่ แต่ ปป. ทำลายสิ่งมีชีวิตหนักสุด จนกำเนิดชาติพันที่ดีใหม่+ธรรมชาตินับ0
Sep 15
10:39 AM
คำตอบของอัจฉริยะมักทำให้เกิดคำถาม
ช่วยอธิบายให้คนทำมะดาอย่างเราฟังหน่อยได้ไหม
ถ้าไม่รีบน่ะนะ
Sep 16
1:39 PM
ความตาย ในความคิดของเราคืออะไร..
แล้วความตายของโลกจะสำคัญแค่ไหน...
Sep 27
3:55 AM
ช่วงนี้รู้สึกคำทำนายเกี่ยวกับวันสิ้นโลกจะถูกตีพิมพ์ออกมาเยอะ(ในประเทศไทยของเรา) เกี่ยวกับน้ำท่วมโลก และภูเขาไฟระเบิดเคยผ่านๆตากันบ้างรึเปล่า พอดีเพื่อนผมในอเมริกาก็บอกว่าที่สหรัฐตอนนี้กำลังมีกระแสเรื่องปี 2012 กันแรงมาก ดูๆก็สอดคล้องกัน คิดๆแล้วก็น่ากลัวอยู่ (ยังงี้เราจะพยายามทำอะไรต่างๆเพื่ออนาคตไปทำไมฟะ เพราะอนาคตอาจไม่มีก็เป็นได้)
ส่วนอันนี้ผมเดาว่า คุณ DeNisM จะพูดคือ พุทธศานาจะดำรงอยู่ถึง 5000 ปี ใช่มั้ยครับ จึงไม่ใช่จุดสิ้นสุดของมนุษย์
Oct 25
9:12 PM
ถ้าหากเป็นจริงอย่างที่ว่า แล้วไม่สามารถจะทำไรเพื่อข่วยโลกได้
คงตายอย่างทนมาน กว่าเป็นโรคติตต่อร้ายแรงอีกมั้งเนี่ย
Oct 28
7:35 PM
ผมเข้าไปอ่านเว็บของNASA (ไม่ใช่สถานบันเทิงในอดีตนะ)
อ่านผ่านๆนักวิทยาศาสตร์ดูจะกล่าวไม่น่าเป็นห่วงนะ และก็มีอีกหลายเว็บที่สนับสนุนความคิดนี้ (เฉพาะเกี่ยวกับปรากฏการณ์จากดวงอาทิตย์) ว่าไม่ต้องวิตกกังวล แต่ทั้งนี้ผมขอว่างๆก่อนจะอ่านให้ละเอียดแล้วนำมาเล่าสู่กันฟังอีกครั้ง
Oct 28
9:58 PM